All posts by Alfredo Gibson

เที่ยวทะเลยอดฮิตกับหลายๆจังหวัด

เที่ยวทะเลยอดฮิตกับหลายๆจังหวัด

ในปัจจุบันนี้มีการส่งเสริมให้ท่องเที่ยวมากมายเลยเพราะการท่องเที่ยวนั้นก็จะทำให้เรามีรายได้หมุนเวียนกันในประเทศ ในปัจจุบันนี้จึงจัดกิจกรรมลดราคาพวกงานท่องเที่ยวไทยเพื่อให้คนที่สนใจอยากจะไปเที่ยวพักผ่อนนั้นได้เดินทางไปเที่ยวได้อย่างสบายกายสบายใจ

หลากหลายอย่างนั้นเป็นเรื่องที่เราควรที่จะหันมาใส่ใจและให้ความสนใจกันอย่างมากที่สุดเลยการที่เราคิดจะเที่ยวทะเลนั้นนั่นถือว่าเป็นสันยานที่ดีเลยนะที่จะทำให้เราได้ผ่อนคลายในชีวิตประจำวันที่เราเป้นอยู่นั้นเราต้องเจอกับการทำงานที่มากมาย ทำให้เราต้องรู้สึกเครียดและไม่สบายกายไม่สบายใจอย่างมากที่สุดซึ่งอย่างที่รู้ๆกันอยู่ว่าการเที่ยวทะเลในปัจจุบันนี้เราสามารถที่จะเลือกเที่ยวได้เยอะแยะหลากหลายจังหวัดขึ้นอยู่กับว่าเราชอบบรรยากาศแบบไหนมากที่สุด

และส่วนมากคนที่เที่ยวทะเลจะไม่ค่อยลงมาเที่ยวช่วงฤดูฝนเพราะเป็นหน้าที่เป็นอุปสรรคต่อการดำรงชีวิตอย่างมากที่สุดเลยก็เป็นได้และในตอนนี้หากใครที่อยากใช้ชีวิตพักผ่อนในช่วงเวลาสั้นๆนั้นก็สามารถทำได้โดยเฉพาะการเที่ยวทะเลเมืองชลบุรีซึ่งจังหวัดชลบุรีนั้นไม่ไกลจากกรุงเทพเท่าไรนักสามารถที่จะเที่ยวแบบเช้าเย็นกลับก็ทำได้เช่นกัน ไม่เพียงแค่นั้นหากเรายังมีเวลาอยากจะดื่มด่ำกับบรรยากาศที่นี่ก็ทำได้นอนค้างไปเลยจะได้จบๆไปแบบนี้จึงเป็นเรื่องหนึ่งที่เราควรที่จะให้ความสนใจและใส่ใจอย่างมากที่สุดเพราะหากเราคำนึงถึงเวลาและราคาที่เที่ยวที่นี่ไม่ได้สูงจนรับไม่ไหวอันนี้ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกเลย

การท่องเที่ยวเกี่ยวกับทะเลนั้นทุกๆอย่างเราควรที่จะให้ความสนใจและความสำคัญอย่างมากเลยและในจังหวัดชลบุรีที่เที่ยวที่เรารู้กันก็จะเป็นบางแสนถัดไปเกาะสีชัง พัทยาก็จะมีเกาะล้าน ชายหาดพัทยาเหนือ กลาง ใต้ หรือถ้าเลยขึ้นไปอีกก็เป็นจังหวัดระยองและจันทบุรียาวยันตราดซึ่งแน่นอนว่าการเดินทางนั้นจะลำบากหากต้องขึ้นไปสุดจังหวัดตราดแล้วหล่ะก็ แต่บอกเลยว่ายิ่งสุดจังหวัดเขตภาคตะวันออกนั้นยิ่งสวยอย่างตราดก็จะมีเกาะกูด ให้เที่ยวซึ่งแต่ละเกาะนั้นก็จะมีความสงบและมีความสวยที่แตกต่างกัน

ใครที่ชอบท่องเที่ยวนั้นก็ไม่แปลกเลยที่อยากจะเที่ยวทะเลสวยๆแต่ไม่ไกลมากก็สามารถที่จะเที่ยวแถบๆภาคตะวันออกก็ได้เช่นกัน การที่เราเที่ยวที่ดีๆนั้นก็จะทำให้เราไม่รู้สึกว่าการเดินทางเพื่อมาที่นี่นั้นไร้ค่า ไม่น่าเดินทางมาเลยเที่ยวในที่ที่ชอบก็จะมีความสุข

เปิดวิธีเลือกของเล่นเสริมพัฒนาการให้เหมาะแก่เด็กแต่ละช่วงวัย

วิธีเลือกของเล่นเสริมพัฒนาการให้เหมาะแก่เด็กแต่ละช่วงวัย

Credit : jelleke vanooteghem/ unsplash

เมื่อไม่นานมานี้ได้มีผลวิจัยออกมาว่า จำนวนไม่ใช่สิ่งสำคัญเท่า ‘คุณภาพ’ ของของเล่น  การเลือกของเล่นให้ลูกจึงไม่จำเป็นต้องซื้อของเล่นจำนวนมากมายหรือราคาสูงอะไร แต่ควรเลือกของเล่นไม่กี่ชิ้นที่มีคุณภาพจริงๆ เหมาะสมกับช่วงวัยของเด็กมากกว่า วันนี้ช้อปปี้จึงมีเคล็ดลับวิธีเลือกของเล่นเสริมพัฒนาการให้เหมาะแก่เด็กแต่ละวัยมาฝากกัน

ของเล่นเสริมพัฒนาการเด็กแรกเกิด – 6 เดือน

เด็กแรกเกิดถึง 6 เดือน เป็นช่วงที่ควรช่วยฝึกทักษะพื้นฐานให้เด็ก ทั้งด้านการมองเห็น การฟัง การขยับกล้ามเนื้อ ของเล่นที่เหมาะสมจึงควรเป็นของเล่นที่ดึงดูดสายตาเด็ก  เช่น  รูปภาพที่มีสีตัดกันอย่างชัดเจน หรือโมบายลวดลายกราฟฟิกน  ของเล่นที่มีเสียง เช่น กล่องดนตรี ของเล่นที่เขย่าหรือบีบให้เกิดเสียง ของเล่นที่บีบหรือเขย่าแล้วเกิดเสียง ของเล่นที่มีมือสอดกำได้ ลูกบอลนุ่ม ตุ๊กตาผ้ารูปสัตว์ เพื่อส่งเสริมการใช้มือ-นิ้วมือสำหรับหยิบจับสิ่งต่าง ๆ

ของเล่นเสริมพัฒนาการเด็ก 6 – 12 เดือน

ในวัยนี้ เป็นวัยที่เด็กเริ่มมีอาการคันเหงือ คุณพ่อคุณแม่ควรเลือกของเล่นที่ระตุ้นการรับรู้ อาทิ ยางกัดแบบต่างๆ ทั้งยังควรเลือกของเล่นที่ช่วยฝึกการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อขา โดยมุ่งไปที่ของเล่นประเภทลากจูง ลูกบอลนุ่ม  หรือจะเลือกบล็อกไม้ใหญ่ ๆ  กล่องหยอดรูปทรงง่าย ๆ ก็เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับการฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อมัดเล็ก

สำหรับด้านเสริมสติปัญญา คุณพ่อคุณแม่สามารถเลือกหนังสือที่มีรูปภาพขนาดใหญ่สีสันสดใสได้ตามใจชอบ ซื้อหนังสือสุดสวยแล้วอย่าลืม อ่านให้ลูกๆหลานๆฟังพร้อมให้เขาออกเสียงตามถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมดีๆที่นอกจจากจะช่วยเสริมพัฒนาการด้านปัญญาของเจ้าตัวน้อยแล้ว ครอบครัวยังได้กิจกรรมดีๆไว้ทำร่วมกันอีกหนึ่งกิจกรรม

ของเล่นเสริมพัฒนาการเด็ก 6 – 12 เดือน

Credit :markus spiske/ -unsplash

ของเล่นเสริมพัฒนาการเด็ก 2 ขวบ

สำหรับการเลือกของเล่นเด็กเสริมพัฒนาการ 2 ขวบผู้ปกครองควรเลือกของเล่นที่ช่วยพัฒนากล้ามเนื้อแขนขา ช่วยพัฒนาการด้านการทรงตัวโดยการเลือกของเล่นประเภทดันหรือลากจูง ในส่วนของการการส่งเสริมด้านความคิดและสติปัญญา กล่องหยอดรูปทรงเรขาคณิต           เพื่อฝึกการสังเกตและเรียนรู้สี    รูปทรงเลขาคณิตต่าง ๆ  หนังสือภาพ ของเล่นง่ายๆที่คนมักมองข้ามอย่าง ดินน้ำมัน แป้งโด ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดีซึ่งช่วยฝึกสมาธิและความคิดสร้างสรรค์ได้ยอดเยี่ยมกว่าที่คิด

ของเล่นเสริมพัฒนาการเด็ก 3 ขวบ

ในส่วนของของเล่นเด็ก 3 ขวบจะเน้นไปทางของเล่นเสริมกล้ามเนื้อและประสาทสัมผัส   อาทิ ม้าโยก จักรยานสามล้อ  หากต้องการเสริมทักษะด้านความคิดสามารถเลือกซื้อ แป้นเรขาสวมหลัก รถไฟเรียงซ้อน เพื่อฝึกทักษะการสังเกต  การลองผิดลองถูกได้ และเด็ก 3 ขวบช่วงวัยที่กำลังเริ่มเรียนบทบาทสมมุติ ชุดของเล่นเรียนแบบของจริงต่างๆ เช่น ชุดรวมมิตรผักผลไม้ สอนเด็กให้เรียนรู้คำศัพท์เกี่ยวกับผักผลไม้ โจะช่วยให้เด็กรู้จักเข้าใจสิ่งแวดล้อมรอบตัวได้มากขึ้น

ของเล่นเสริมพัฒนาการเด็ก 3 ขวบ

Credit :jason leung/ unsplash

ของเล่นเสริมพัฒนาการเด็ก 5 ขวบ

สำหรับเด็ก 5 ขวบเป็นวัยที่การเล่นพัฒนาขึ้นไปอีกขั้น ของเล่นเสริมกล้ามเนื้อ เช่น รถจักรยานเด็ก เชือกกระโดดจะช่วยฝึกการทรงตัวและสร้างความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อขาได้มาก  ด้านความคิดสร้างสรรค์สามารถเลือก ชุดแท่งไม้ที่จะพัฒนาทักษะการสังเกตให้ได้ ท้ายที่สุดชุดของเล่นเสริมบทบาทสมมติยังคงเป็นสิ่งจำเป็นต่อเด็กวัยนี้อยู่ เช่น ชุดสร้างเมืองที่จะช่วยเรียนรู้บทบาทหน้าที่ของตนเองและผู้อื่นในชีวิตประจำวันและสร้างพื้นฐานการอยู่ร่วมกันในสังคมได้ดียิ่งขึ้น

สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่ต้องการหาของเล่นเด็กราคาโดน อย่ารอช้า รีบเข้าไปเลือกหากันที่ โปรโมชั่น 2.2 Double Double Sale โลด!

 

 

 

 

อาชีพการรับหิ้วสินค้าจากต่างประเทศ งานอิสระที่มาพร้อมความสนุก

รับหิ้วของ

การซื้อสินค้าในประเทศนั้นเราสามารถที่จะเดินทางไปซื้อตามแหล่งต่าง ๆ ได้ อย่างเช่นร้านสะดวกซื้อใกล้บ้าน ห้างสรรพสินค้า เป็นต้น โดยที่เดินทางสะดวกมากเลยล่ะค่ะ เพราะคุณสามารถใช้รถส่วนตัวหรือบริการจากบริษัทขนส่งสาธารณะได้ ทำให้คุณสามารถไปซื้อของใช้ส่วนตัวได้ทุกครั้งที่ต้องการเลยล่ะค่ะ แต่ถ้าหากต้องการซื้อของที่เป็นสินค้าจากต่างประเทศ การเดินทางก็จะมีความยากลำบากกว่าเดิม เพราะต้องใช้ยานพาหนะที่มีค่าโดยสารแพงมากกว่าเดิมนั่นเองค่ะ อีกทั้งยังต้องมีค่าที่พัก ค่าอาหาร และอีกหลายรายการที่ทำให้คุณรู้สึกว่าไม่คุ้มค่าเลยล่ะค่ะ

ด้วยเหตุนี้ ผู้ที่ไปต่างประเทศบ่อย ๆ ด้วยเหตุจำเป็นหรือชอบไปเที่ยวในประเทศที่ตนเองสนใจ จึงอยากหารายได้ด้วยการรับจ้างหิ้วสินค้านั่นเองค่ะ โดยคิดค่าหิ้วแยกกับค่าสินค้าแต่ละชิ้นก็จะทำให้คุณได้รับเงินค่าขนมเล็ก ๆ น้อย ๆ แล้วล่ะค่ะ แน่นอนว่ามันสามารถทำรายได้มากกว่านี้หากมีลูกค้ามากกว่านี้และมีลูกค้าประจำค่ะ สำหรับข้อดีของการเป็นคนรับหิ้วสินค้า มีดังนี้ค่ะ

– กำหนดค่าหิ้วสินค้าเองได้

หากคุณรับหิ้วสินค้า การกำหนดราคาในการหิ้วสินค้าได้ค่ะ โดยปรกติแล้วผู้หิ้วจะกำหนดราคาค่าหิ้วของสินค้าโดยคำนวณเป็นชิ้นที่ฝากหิ้ว เช่น หากสมมติมีลูกค้าฝากหิ้วสินค้า 3 ชิ้น แล้วคุณคิดราคาค่าหิ้วสินค้าชิ้นละ 10 บาท คุณก็จะได้รับเงินค่าหิ้วทั้งหมด 30 บาท เป็นต้นค่ะ

– ได้เที่ยวไปพร้อมกับทำงาน

นี่เป็นสิ่งที่ถือว่าคุ้มค่าที่สุดเลยก็ว่าได้นะคะ สำหรับการที่ได้ไปเที่ยว พักผ่อนหย่อนใจ หลังจากซื้อสินค้าที่ลูกค้าต้องการได้แล้ว เมื่อมีเวลาเหลือ การไปเที่ยวในสถานที่ซึ่งเราไม่เคยไป ก็ถือว่าคุ้มค่าไม่น้อยเลยล่ะค่ะ ยิ่งถ้ามีเวลาเหลือมากเท่าไหร่ คุณก็ยิ่งสามารถช็อปปิ้งของสำหรับตนเองได้อีกด้วยล่ะค่ะ เรียกได้ว่าคุ้มค่าอย่างมากค่ะ

–  ได้พบเจอสินค้าใหม่ ๆ หรือสินค้าที่มีโปรโมชั่นดี ๆ มากขึ้น

หากคุณได้มีโอกาสในการรับหิ้วหลายครั้ง หรือเดินทางไปต่างประเทศบ่อย ๆ รับรองว่าคุณจะได้รับรู้ข้อมูล ข่าวสาร และโปรโมชั่นอื่น ๆ อีกมากมายเลยทีเดียวค่ะ ซึ่งหมายความว่า คุณก็จะยิ่งได้เงินกำไรจากการหิ้วสินค้านั่นเองล่ะค่ะ ซึ่งจะช่วยให้คุณมีความร่าเริงและมีความสุขมากขึ้นนั่นเองค่ะ รับรองเลยว่า ถึงจะเป็นงานเสริมที่มีเงินเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่คุณก็มีความสุขและไม่เครียดในการทำงานเลยล่ะค่ะ เพราะบรรยากาศนั้นเหมาะกับการท่องเที่ยวมากนั่นเองค่ะ

สวนน้ำน่าเที่ยวในประเทศไทย

เมืองไทยนั้นมีสามฤดู คือ ฤดูร้อน ฤดูร้อนมาก และฤดูร้อนที่สุด  แบบนี้แล้วก็ต้องไปหากิจกรรมที่ทำแล้วให้ความสดชื่นกับร่างกายกันสักหน่อย  ถ้าจะชวนไปสวนน้ำจะมีใครสนใจไหมนะนอกจากมีน้ำเย็นๆ เครื่องเล่นแสนสนุกและสุดผจญภัย ยังได้ใช้เวลาพักผ่อนกับครอบครัวด้วยนะ ถ้าใครสนใจเราขอแจ้งพิกัดส่วนน้ำที่น่าไปเยือนทั่วไปกันไว้ตรงนี้ใครสะดวกที่ไหนไปโล้ดดด !!!

ที่นี่เลยไม่ไกลจากกรุงเทพ  สวนน้ำวานานาวา หัวหิน  สวนน้ำแห่งแรกในเอเชียที่ได้รับการออกแบบ วอร์เตอร์ จังเกิ้ล โดยผสมผสานระหว่างป่าเมืองร้อนและสวนน้ำเข้าไว้ด้วยกัน  ไฮไลท์ของสวนน้ำวานานาวา เช่น เซิร์ฟบอร์ดจำลอง และสไลเดอร์ต่างๆ ตั้งอยู่ที่ ต.หนองแก อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์

สวนน้ำอีกแห่งอยู่ในโซนใกล้กับวานานาวา หัวหิน  คือ  Santorini Water Fantacy ตั้งอยู่ที่ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี สวนน้ำที่ถูกออกแบบให้เหมือนกับเกาะ ซานโตรินี่ประเทศกรีซ โดดเด่นด้วยธีมสีขาวในแบบฉบับของเกาะซานโตริงดงามด้วย สถาปัตยกรรมแบบกรีซ  นอกจากเล่นน้ำก็มีมุมถ่ายรูปเยอะแยะมากมาย

สวนน้ำน่าเที่ยวในประเทศไทย

ถ้าบ้านไหนเด็กๆเยอะต้องไปที่นี่เลย สวนน้ำ Cartoon Network Amazone สวนน้ำสุดน่ารักที่ออกแบบมาในธีมของการ์ตูนเน็ตเวิร์ค เครื่องเล่นต่างๆถูกออกแบบเป็นตัวการ์ตูนยอดฮิต ทั้ง เบนเทน,เจกจากแอดเวนเจอร์ไทม์ , เดอะ พาวเวอร์พัฟเกิร์ล ไปได้ที่ อ.นาจอมเทียน จ.ชลบุรี

ใครอยากไปรำลึกความหลังต้องไปที่นี่เลย สวนสยาม กรุงเทพมหานคร สถานที่ในความทรงจำวัยเด็กของรุ่นพ่อแม่ที่ยังเปิดบริการมาถึงทุกวันนี้ เป็นสวนน้ำสุดยิ่งใหญ่และพัฒนาให้มีความทันสมัยอย่างต่อเนื่อง ไปได้ที่ถนนสวนสยาม แขวงคันนายาว เขตคันนายาว กทม.

สวนน้ำ Splashdown Waterpark Pattaya  อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ออกแบบมาให้ปลุกความท้าทายในตัวคุณเพื่อให้คุณปล่อยปล่อยพลังแห่งความสนุกสนาน ด้วยเครื่องเล่นสไลเดอร์ในความสูง 15 เมตร ภายในสวนสนุกแบ่งพื้นที่เครื่องเล่นออกเป็น 3 ฐาน  ฐานแรก ประกอบด้วยเครื่องเล่นหลายชนิดอย่าง Super Slider, Big Red Balls, Wall Racer  ส่วน Big Blue, Square Runner, The Blue Lagoon รอให้บริการในฐานที่ 2 ได้แก่ และฐานสุดท้าย ประกอบด้วย Big Blob, Slip&Slide และ Square Runner

สวนน้ำรามายณะ พัทยา  ที่นี่คุณจะได้เจอกับคลื่นแบบคลื่นนิ่งขึ้นลง หัวคลื่นรูปเพชร ผู้เล่นจะได้ลอยขึ้นลงไปตามคลื่น ยังมีบริเวณสำหรับการพักผ่อน และจุดน่าสนใจต่างๆ มีอาหารและเครื่องดื่มทั้งนานาชาติและท้องถิ่น พร้อมทั้งการแสดงโชว์หลากหลาย

บ้านไหนเด็กๆหลงรักเจ้าไดโนเสาร์ต้องไปที่ สวนน้ำ Jurassic Water Park นครปฐม  มีทั้งสระว่ายน้ำ สไลเดอร์ เครื่องเล่น และที่สำคัญคือมีไดโนเสาร์ ที่สามารถขยับตัวและส่งเสียงร้องคำรามได้ ได้ความรู้สึกแบบยุคจูราสสิคเลยทีเดียว

ส่วนใครที่ชอบบบรรยากาศ ท่ามกลางธรรมชาติอันเงียบสงบ เชิญที่ The Resort Waterparkที่ อยู่ภายในบริเวณ เดอะ รีสอร์ท แอท สวนผึ้ง บรรยากาศสบายๆ ที่คุณสามารถชื่นชมพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้าและพระอาทิตย์ตกยามเย็นบนเทือกเขาตะนาวศรีจะช่วยชาร์จพลังชีวิตให้คุณได้อย่างเต็มที่

สถานที่น่าเที่ยวในช่วงหน้าร้อน

ร้อนๆแบบนี้ไปเที่ยวไหนดี  ทุกๆซัมเมอร์เรามักนึกถึงหายทราย สายลม และเกลียวคลื่น และเราก็ช่างโชคดีจริงๆที่เกิดมาในเมืองไทยที่มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย  ยิ่งสถานที่เที่ยวสำหรับหน้าร้อนเมืองไทยไม่แพ้ที่ไหนเลยทีเดียว   มาดูกันสิว่าคุณเชคอินครบทุกที่ที่จัดว่าเด็ดกันรึยัง

หน้าร้อนไม่ใช่ต้องไปแค่ทะเล ลองมาเที่ยวที่ อ่างเก็บน้ำห้วยไม้เต็ง จังหวัดราชบุรี  สถานที่กว้างใหญ่ครอบคุลมพื้นที่ อำเภอเมือง อำเภอปากท่อ และอำเภอจอมบึง ใครสายถ่ายรูปยิ่งต้องมาเลย เพราะนี่คือที่ที่ถ่ายภาพดาวและทางช้างเผือกในยามค่ำคืนได้สวยงามมาก  การนอนกางเต็นท์ชิล ๆ บริเวณสันเขื่อนรับลมชมพระอาทิตย์ตกดิน ช่างหน้าสุขใจ

มาราชบุรีทั้งทีเก็บให้ครบ  ไปต่อที่ อุทยานหินเขางู จังหวัดราชบุรี  ตั้งอยู่ในพื้นที่ของตำบลเกาะพลับพลา อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี ภูเขาหินสูงใหญ่ มีรูปร่างแปลกตามีภูมิทัศน์ของเขาหินปูนที่สวยงาม มีอ่างเก็บน้ำใสสะอาด น่ามาสัมผัสเป็นที่สุด

สถานที่น่าเที่ยวในช่วงหน้าร้อน

ลงใต้ไปต่อที่ เขื่อนรัชชประภา จังหวัดสุราษฎร์ธานี  อะไรจะดีกว่าการนอนมองท้องฟ้าแจ่มใส เล่นน้ำดับร้อนในอ่างเก็บน้ำ  บรรยากาศก็เงียบสงบ การนอนแพ ปล่อยอารมณ์และร่างกายให้ได้หยุดพักทำกิจกรรมช้าๆก็น่าจะดีกับการเติมพลังให้ชีวิตในหน้าร้อนจริงไหม

ร้อนนี้ต้องไม่พลาด หนองทะเล เป็นหนองน้ำขนาดใหญ่ที่โอบล้อมไปด้วยวิวของภูเขาหินปูนสูงใหญ่รูปร่างสวยงามแปลกตา อยู่ในเขต จังหวัดกระบี่  ที่นี่อากาศเย็นสบายตลอดทั้งวัน ป่าไม้สุดอุดมสมบูรณ์ บรรยากาศเงียบสงบมาก น้ำในหนองน้ำก็ใสสะอาด หนีร้อนมาพึ่งเย็นที่ได้เลยรับรองประทับใจ

ไม่อยากไปไกลก็นี่เลยสถานที่สุดคลาสิค กับการนอนแพแม่น้ำแควน้อย จังหวัดกาญจนบุรีท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงาม  อากาศที่เย็นสบายตลอดทั้งปี โอโซนบริสุทธิ์ที่พร้อมให้คุณมาสูดไปแบบเต็มปอด มีแพบริการทั้งแบบสบายๆชิลๆหรือจะเน้นสายเฮฮาปาร์ตี้ก็มีหมด

ต่อ สังขละบุรี กันหน่อยเป็นไง  เป็นเมืองเล็ก ๆ บริเวณชายแดนไทย-พม่า  มีแม่น้ำซองกาเลียไหลผ่าน และยังเป็นที่ตั้งของสะพานไม้อุตตมานุสรณ์ หรือที่เรียกกันว่าสะพานมอญ มีที่ท่องเที่ยวสวยงามอย่าง เมืองบาดาล หรือวังก์วิเวการาม หลังเดิม ด่านเจดีย์สามองค์, เจดีย์พุทธคยา ไปทั้งทีเชคอินให้ครบ

ไม่ไม่ออกจะไปไหน ให้ไปที่ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา  พื้นที่ที่มีธรรมชาติสวยงามและอุดมสมบูรณ์มาก  นอนกางเต็นท์ชิล ๆ แวะสถานที่ท่องเที่ยวที่โอบล้อมเขาใหญ่ ขับรถไปง่ายๆไม่ไกลจากกรุงเทพ ดื่มกาแฟ กินสเต๊กช่างสบายใจเสียจริง

ถ้าขับรถไหวก็ยาวๆไป ลงอีสานไปพิสูจน์ สามพันโบกและหาดชมดาว ที่จังหวัดอุบลราชธานีก็ดีไม่ใช่น้อย    น้ำที่ลดลงในฤดูร้อนนี้เองที่จะทำให้ได้เห็นแก่งหินที่อยู่ใต้แม่น้ำโขงด้วยรูปร่างที่ธรรมชาติสร้างสรรค์ขึ้นมา สมชื่อสามพันโบกที่หมายถึงหลุม  และยังมีแก่งหินงาม หาดชมดาว ที่รอให้คุณไปเยี่ยมเยือน

เจาะลึกรูปแบบการสอบ IELTS ทุกทักษะ

เจาะลึกรูปแบบการสอบ IELTS ทุกทักษะ

การสอบ IELTS เป็นการทำข้อสอบวัดความสามารถทางภาษาอังกฤษระดับนานาชาติ ประกอบด้วย Listening, Reading, Writing, และ Speaking  ซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อประเมินความสามารถของผู้สมัครที่ต้องการเรียนหรือทำงาน โดยใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลักในการสื่อสาร  ดังนั้นผู้ที่จะเข้าทดสอบต้องเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับ การเจอกับข้อสอบ ทั้ง 4 ทักษะ  เพื่อให้ผู้ที่มีความตั้งใจจะเข้าทำการทดสอบมองเห็นภาพมากขึ้นเรามาเจาะลึกรูปแบบการสอบ IELTS ทุกทักษะ กันเถอะ

เริ่มที่การสอบ Listening  ใช้เวลาในการสอบ 30 นาที ผู้สอบจะได้ฟังบทสนทนาทั้งหมด 4 ชุด โดยเจ้าของภาษา โดยจะมีการใช้เสียงและสำเนียงเจ้าของภาษาในแบบต่างๆ และคุณจะได้ยินบทสนทนาในแต่ละส่วนเพียงครั้งเดียว โดยที่การสอบ IELTS แบบ Academic และ General Training จะมีการทดสอบลักษณะเดียวกัน  เนื้อหาจะแบ่งออกเป็น 4 ส่วน คือ  ส่วนที่ 1  เป็นการสนทนาระหว่างคนสองคนในบริบทต่างๆที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน ส่วนที่ 2   เป็นการพูดในบริบททางสังคมในชีวิตประจำวัน ส่วนที่ 3 เป็นการสนทนาระหว่างกลุ่มคน จำนวน 4 คน ในบริบทที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา หรือ การฝึกอบรม   ส่วนที่ 4  เป็นการพูดในข้อทางวิชาการ

เจาะลึกรูปแบบการสอบ IELTS ทุกทักษะ

มาต่อที่การสอบ Reading ใช้เวลาในการสอบ 60 นาที  มีคำถามทั้งหมด  40 ข้อ และมีความหลากหลายขอประเภทคำถามที่ใช้ทดสอบทักษะการอ่านในรูปแบบต่างๆ เช่นการอ่านเพื่อจับใจความสำคัญ การอ่านในส่วนที่เป็นประเด็นหลัก การอ่านเพื่อเข้าใจรายละเอียดต่างๆแบบคร่าวๆ เพื่อให้ความเข้าใจถึงความคิดเห็น ทัศนคติและวัตถุประสงค์ของผู้เขียน

ส่วนการสอบ Reading  จะต่างกันระหว่างการสอบในแบบ Academic และ General Training  การสอบแบบ Academic ประกอบด้วยเนื้อเรื่องให้อ่าน 3 บทความ พร้อมด้วยคำถามที่ต้องปฏิบัติตาม ซึ่งเนื้อหาเหล่านี้ได้มาจากหนังสือ นิตยสาร และ หนังสือพิมพ์ ในทุกๆเรื่องเป็นเรื่องทั่วไป ไม่ได้เจาะจงเฉพาะทางใดทางหนึ่ง  ส่วนการสอบ แบบ General Training จะเป็นการนำบทความจากหนังสือ นิตยสาร หนังสือพิมพ์ ป้ายประกาศโฆษณา หนังสือคู่มือและหลักเกณฑ์ต่างๆของบริษัท ซึ่งเป็นเนื้อหาและบทความที่คุณมักจะเจอในชีวิตประจำวันในสังคม และสภาพแวดล้อมที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก

การสอบ Writing ใช้เวลา 60 นาที จะต่างกันระหว่างการสอบในแบบ Academic และ General Training  การสอบแบบ Academic จำเป็นต้องเขียนให้ถูกต้องในรูปแบบที่เป็นทางการ ประกอบด้วย เขียนในลักษณะอธิบายข้อมูลที่ให้มาในรูปแบบกราฟ ตาราง แผนผัง ต้องเขียนอย่างน้อย 150 คำเป็นอย่างต่ำ ภายในเวลา 20 นาที และ เขียนเรียงความหรือรายงานอย่างเป็นทางการ และเป็นการแสดงความคิดเห็น การหาทางออกของปัญหา หรือวิจารณ์หัวข้อที่ให้มา โดยต้องเขียนอย่างน้อย 250 คำ ภายในเวลา 40 นาที   ส่วนการสอบ Writing ของ General Training จะเป็นการเขียนเกี่ยวกับเรื่องราวต่างๆ ที่น่าสนใจอาจจะเป็นรูปแบบส่วนตัว กึ่งทางการและเป็นทางการ และ เขียนเรียงความเพื่อแสดงความคิดเห็น ข้อโต้แย้งหรือปัญหาต่างๆ

สุดท้ายการสอบ Speaking ใช้เวลา 11-14 นาทีการสอบแบบ Academic และ General Training จะมีการทดสอบลักษณะเดียวกัน แบ่งออกเป็น 3 ส่วน ส่วนแรกเป็นการพูดคุยเรื่องทั่วๆไป การใช้ชีวิตประจำวัน ส่วนที่สอง กรรมการจะมีเวลาให้เตรียมตัวก่อนพูด 1 นาที โดยจะมีบัตรคำถามมาให้ และจะให้เราพูดคนเดียวประมาณ 3-4 นาที และส่วนสุดท้ายจะมีลักษณะคล้ายกับการพูดโต้ตอบกันในหัวข้อที่ได้จากส่วนที่สอง